Support
intisang
มือถือ 085-227-4231 office 02-741-4370
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ

อาหารเสริม ใกล้ตัว

วันที่: 2011-03-08 17:14:12.0  | prayoon.int@gmail.com  | Hits 11553 | ความคิดเห็น 4

          ถ้าพูดถึงหอมแดงน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักเพราะเป็นของใช้ของกินติดท้ายครัวของคนไทยเรามาช้านานเป็นของคู่ครัวขาดไม้ได้เลยทีเดียวล่ะ แม่ครัวพ่อครัวชาวไทยส่วนใหญ่จะใช้หอมแดงในการปรุงอาหาร เพิ่มรสชาดอาหารเพิ่มความอร่อย ดับกลิ่นคาว และใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องแกงชนิดต่างๆ ในการทำต้มยำ หรือยำต่างๆก็ขาดไม่ได้ที่จะให้หอมแดงมีส่วนร่วมในการเพิ่มรสอร่อยของอาหาร หรือแม้แต่ของหวานบางชนิดก็ยังต้องใช้หอมแดงเป็นส่วนผสมด้วย หรือการตำน้ำพริกครกด่วนตามตลาดนัดสมัยปัจจุบันก็ขาดไม่ได้ที่จะมีหอมแดงเผาตำคลุกเคล้ากันให้เกิดกลิ่นหอมและเพิ่มรสชาดของน้ำพริกชนิดนั้นๆ ประโยชน์ของหอมแดงยังมีอีกมากเช่น แก้ท้องอืด ปวดหลัง ปวดเอว ปวดประจำเดือนการที่จะรับประทานหอมแดงมากไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายแต่อย่างใดกลับมีประโยชน์และมีคุณค่าในทางเสริมอาหารเสียอีก
     และประโชย์อีกอย่างหนึ่งของหอมแดงนอกจากจะมีคุณค่าเป็นอาหารเสริม ประจำวันที่เราไม่ได้ใส่ใจ แล้วหอมแดงยังมีสรรพคุณในการใช้รักษาอาการผื่นแพ้ตามผิวหนังของเด็กๆได้ ในรายที่มีอาการแพ้ผื่นคันตามผิวหนังเป็นประจำแบบไม่มีสาเหตุให้เอาหอมแดงพอประมาณต้มกับน้ำแล้วผสมน้ำอาบให้เด็กๆ ประมาณ 3-4 อาทิตย์อาการก็จะทุเลาและดีขึ้นตามลำดับ เห็นไหมล่ะครับว่าหอมแดงไม่ได้มีคุณประโยชน์แต่ทางด้านการปรุงอาหารแต่เพียงอย่างเดียวแต่ยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย นี่ก็เป็นอีกหนึ่งของคุณค่าอาหารเสริม ตามธรรมชาติที่หาชื้อได้ตามท้องตลาดทั่วๆไปครับ คุณหมอตั๋งท่านนำมาฝาก

 

ความคิดเห็น

วันที่: Sat Apr 04 00:18:52 ICT 2026

พิมพ์อักขระที่คุณเห็นในภาพด้านล่าง
ตัวอักษรเป็นตัวพิมพ์เล็กหรือใหญ่็ได้
แสดงความคิดเห็น
All Comments: 4   Pages: 1/1
1
guest
หวังดี
- Guest -
2011-04-10 13:41:42.0 Post : 2011-04-10 13:41:42.0
Quote

 

ก่อนอื่นดิฉันขอแชร์ประสบการณ์ที่เกิดกับชีวิตดิฉันเอง นั่นก็คือมารดาของดิฉันได้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งตับซื่งตอนนั้นดิฉันไม่รู้เลยว่าจะหายาอะไรมาให้ท่าน ทุกคนคงเป็นเหมือนดิฉันที่ไม่อยากให้แม่ของตัวเองต้องจากเราไป ดิฉันพยายามทุกอย่างที่จะยื้อชีวิตของแม่เอาไว้ให้นานที่สุด แต่ด้วยตอนนั้นดิฉันก็ไม่มีเงินมากมายแล้วต้องออกจากงานเพื่อมาดูแลแม่ทำให้เงินที่มีก็หมดแล้วแม่ก็เจ็บมากจากอาการปวดท้องฉันสงสารแม่มากแม่บอกว่าอาการของแม่ ตอนแรกนั้นเหมือนคนที่เป็นโรคกระเพาะ จะปวดท้องเหมือนท้องอืด ตอนแรกไม่รู้ก็ซื้อยาลดกรดตามท้องตลาดมาทานเอง พี่สะใภ้บอกว่าเห็นแม่ทานแต่ยาลดกรดทุกวันเลย ถ้าเป็นกระเพาะก็น่าจะหายแล้วนะเพราะแกทานไปเป็น 10 กว่าแผงแล้วแต่ก็ไม่เห็นแกหายตอนแรกพี่ก็คิดว่าแกลดความอ้วนเพราะแก ป่วยเป็นเบาหวานและความดันด้วยคงอยากควบคุมน้ำหนัก แต่พอถามแม่ก็บอกว่าไม่ได้ลดหรอกแต่มันอิ่มแล้ว แต่พี่สะใภ้ก็บอกว่าจะอิ่มได้ไงก็เห็นแกทานแค่ไม่กี่คำเองแล้วก็ดูแกผอมไปมาก อ่อ ลืมบอกไปว่าแม่ดิฉันเป็นคนที่ค่อนข้างอ้วน แต่ตอนที่แกป่วยแกผอมไปมากเลย แล้วแกก็ปวดอยู่อย่างนั้นนานวันเข้าก็เริ่มทานข้าวได้น้อยลง เลยลองไปหาหมอที่คลินิกแห่งหนึ่งแถวแพร่แต่ไม่รู้ว่าชื่อคลินิกอะไร เห็นแกบอกว่าเขารักษาโรคกระเพาะได้ พอไปเขาก็ฉีดยาให้แม่ 1เข็ม แม่ก็กลับบ้านตอนนั้นดิฉันยังทำงานอยู่ที่กรุงเทพ ฉันเลยโทรไปหาแม่ถามว่าแม่เป็นอย่างไรบ้าง เค้าก็บอกว่ารู้สึกดีขึ้น ฉันก็ค่อยโล่งอกอีกหน่อยแต่พอมาอีกวันฉันก็โทรไปอีกแกก็บอกว่าปวดอีกแล้ว แล้วแกก็เอ่ยปากถามฉันออกมาว่า ลูกอยากกลับมาอยู่บ้านไหม ฉันด้วยความที่ยังไม่ได้คิดอะไรมากเพราะตอนนั้นยังไม่เห็นสภาพของแม่ ก็ตอบไปว่าอยากกลับสิแม่ เค้าก็บอกว่าไม่แน่ลูกอาจจะได้กลับมาอยู่บ้านก็ได้นะ พอวางโทรศัพท์ฉันก็เริ่มเอะใจว่าทำไมแม่พูดอย่างนั้น ฉันก็เริ่มใจคอไม่ดี พออีกวันต่อมาแม่โทรมาหาฉันบอกว่าวันนี้แม่จะไปโรงพยาบาล_____รามนะ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชน จะลองให้หมอไปตรวจดู พอไปฉันก็โทรตามแม่ตลอดแทบจะทุกๆ 10 นาทีวันนั้นฉันไม่เป็นอันทำงานเลย พอแม่ออกมาจากห้องตรวจฉันก็โทรไปถามแม่บอกว่าหมอเขาบอกว่าเจอก้อนเนื้องอกที่ตับแต่ยังไม่เป็นอันตรายจะให้รักษาเลยไหม ฉันก็ถามว่าแล้วแม่บอกหมอว่าไงล่ะ แม่บอกว่ายังไม่รักษาหรอกแม่ไม่มีเงิน เดี๋ยวค่อยไปหาหมอที่บ้านเราเอาก็ได้ลูกกลับมาอยู่บ้านนะ แม่บอกฉันแบบนี้ถึงตอนนั้นฉันรู้ทันทีว่าแม่ต้องเป็นมะเร็งแน่ฉันตัดสินใจในตอนนั้นเลยว่าฉันต้องลาออกจากงาน พวกพี่ที่ทำงานก็บอกว่าอย่าเพิ่งลาออกเลยขอลาเขากลับก่อนสักเดือนนึงพอแม่หายค่อยกลับมาก็ได้ แต่ดิฉันคิดว่าแม่ไม่หายแน่ เลยตัดสินใจลาออกจากงานแล้วกลับบ้าน พอกลับบ้านฉันแทบร้องไห้แม่ผอมไปมาก ผ่านไปอีกวันพอเช้ามาฉันตื่นมาช่วยพ่อทำกับข้าว แต่แม่ก็ยังไม่ตื่นฉันเลยเข้าไปดูแล้วถามว่าแม่ปวดท้องเหรอ แม่บอกว่าใช่ แล้วแม่ก็บอกกับฉันว่า “วันนี้ถ้าแม่เป็นอะไรไปลูกอย่าทิ้งพ่อนะ” ฉันก็บอกว่าแม่ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวแม่ก็หายฉันพูดไปน้ำตาก็ไหลฉันเลยเดินออกมาจากห้องนอนมาช่วยพ่อทำกับข้าวต่อ แม่ก็เทียวไปหาหมอที่โรงพยาบาลแทบทุกวันแกก็จะถือฟิล์มเอ็กเรย์ของแกไปด้วย แต่หมอที่บ้านก็บอกว่าเป็นโรคกระเพาะจนแล้วก็ให้แต่ยาโรคกระเพาะมาจนเต็มบ้าน แม่เลยขอให้เขาส่งตัวไปที่โรงพยาบาลจังหวัด นานมากกว่าหมอจะทำใบส่งตัวไปให้ พอไปที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดก็ไปนอนอีกเป็นเดือนแม่เริ่มทานข้าวไม่ได้ทานก็อาเจียนออกมาจนหมด หมอก็รักษาตามอาการคือถ้าปวดท้องก็จะเอายาแก้ปวดท้องมาให้ทาน ฉันบอกพ่อว่าขอให้เค้าส่งตัวแม่ไปที่ศูนย์มะเร็งดีกว่านะพ่อ พ่อฉันก็เข้าไปหาหมอแล้วก็ขอให้ส่งตัวไปศูนย์มะเร็ง แต่เหมือนเค้าเอาแม่ไว้เป็นคนไข้กรณีศึกษายังไงก็ไม่รู้เพราะเหมือนเค้าจะดูอาการแม่เรื่อยๆไม่ยอมส่งตัวสักที แม่ต้องนอนโรงพยาบาลนานมากช่วงนั้นฉันก็จะพยายามหายาที่ไหนเค้าว่าดีฉันก็ไปหามาให้ทาน แต่ก็ไม่ดีขึ้นจนวันหนึ่งหมอเค้าเรียกพ่อไปพบ ฉันเริ่มใจคอไม่ดีฉันนั่งเฝ้าแม่ที่เตียงพอพ่อออกมาฉันก็ถามพ่อว่าหมอว่ายังไง พ่อก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอกแล้วพ่อก็เดินออกไป สักพักฉันก็เดินตามพ่อไป ถามว่าพ่อหมอเค้าว่าไง พ่อบอกว่าหมอเค้าบอกว่า”แม่เป็นมะเร็ง”ตอนนั้นฉันแทบหยุดหายใจทั้งๆที่รู้ว่าแม่เป็นมะเร็งแต่ ณ ตอนนั้นฉันจุกไปหมดพูดไม่ออก พ่อก็น้ำตาคลอเบ้า ฉันเดินกลับเข้าไปหาแม่มองหน้าแม่น้ำตาฉันจะไหลเลยบอกแม่ว่าแม่วันนี้หนูกลับก่อนนะเหมือนฝนจะตกเลย แล้วฉันก็รีบเดินออกมาเพราะกลัวแม่จะเห็นว่าเราร้องไห้วันนั้นฉันไปนอนบ้านแฟนเพราะบ้านเค้าอยู่ใกล้โรงพยาบาลมากกว่าประมาณ 50 กว่ากิโลเมตร ฉันนั่งรถฉันก็เล่าให้แฟนฟังแล้วก็ร้องไห้ ฉันกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว แล้ววันหนึ่งหมอก็ส่งตัวแม่ไปที่ศูนย์มะเร็ง ตอนแรกก็ไปหาพี่ที่ทำงานเชียงใหม่เจ้าของหอเค้าก็ไม่ค่อยอยากให้ไปเท่าไหร่เพราะรู้ว่าแม่เป็นมะเร็งกลัวจะเป็นอะไรในหอพักเค้าแต่พี่ชายเค้าก็ขอไว้ เค้าเลยให้ค้างได้ พอไปโรงพยาบาลตอนอยู่ OPD (ผู้ป่วยนอก)เค้าก็ต้อนรับดีนะ พอพบหมอ หมอบอกหมอเค้าก็ถามว่าป้าเป็นอะไร แม่ก็บอกว่า “ปวดท้อง”หมอก็ถามอีกว่าแล้วป้ารู้ไหมว่าป้าเป็นอะไรถึงปวดท้อง แม่ก็บอกไม่รู้ทั้งๆที่หมอเค้าก็รู้ว่าแม่เป็นอะไรแต่เค้าก็คะยั้นคะยอให้แม่บอกว่าตัวเองเป็นมะเร็ง แล้วหมอก็พูดคล้ายๆตะคอกบอกว่าถ้าป้าไม่บอกว่าปวดท้องเพราะอะไรหมอก็รักษาไม่ได้นะ แม่ก็เงียบฉันรู้สึกสงสารแม่มากตอนนั้นเค้าคงกดดันมาก สักพักหมอก็เรียกญาติคนไข้ไปหาแล้วบอกว่าตอนนี้แม่เป็นมะเร็งระยะที่ 3 เราต้องบอกให้คนไข้รู้ว่าเค้าเป็นอะไรเราจะได้รักษาเค้าได้เพื่อให้เค้าให้ความร่วมมือกับเรา ฉันก็ปรึกษากับพ่อก็ตกลงว่าจะบอก หมอก็เลยไปบอกแม่ว่าแม่เป็นมะเร็งต้องทำ คีโม หลังจากนั้นมาแม่ก็เริ่มทรุดหนักทานอะไรก็ไม่ได้ ร่างกายก็ผอม แต่หมอก็ไม่เห็นทำอะไร แล้วก็บอกว่าวันนี้ให้กลับบ้านก่อนขอหมอนอนที่โรงพยาบาลก็ไม่ให้นอน ก็เลยพาแม่ไปที่หอพักพี่ชายขอเค้าค้างสักคืนแต่พอสักทุ่มนึงแม่ก็ปวดท้องอีก เลยพากลับไปที่โรงพยาบาลหมอก็จะไม่ให้นอนเลยขอเค้า เค้าเลยให้นอนแต่ต้องไปนอนห้องฉุกเฉิน แล้วให้เฝ้าแค่คนเดียวพ่อเลยต้องนอนเฝ้าคนเดียวพอเช้ามาฉันก็รีบมาดูแม่ แม่บอกว่าแม่ปวดท้องฉันเลยไปขอยาที่หมอ หมอบอกว่าไม่มีหรอกเพราะหมอใหญ่ไม่ได้สั่งไว้มียาอะไรก็ให้ทานไปก่อน ฉันเลยเดินกลับมาหาแม่ พอสักพักเค้าก็ย้ายแม่ไปห้องสังเกตอาการ เค้าไม่ทำอะไรเลยสมชื่อห้องจริงๆ แล้วพอเค้าเอาข้าวมาให้แม่ทานไปประมาณ 3 คำก็อาเจียนออกมาหมดผู้ช่วยพยาบาลคนหนึ่งก็พูดว่า “กินไม่ได้ก็ไม่ต้องกิน” ฉันโกรธมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ หมอก็เดินไปเดินมาไม่เคยมาถามอาการคนไข้เลย พอตอนบ่ายๆเค้าก็เจาะน้ำในท้องแม่ตอนนั้นท้องแม่บวมมากเหมือนคนท้องเลย วันนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรเลย แม่บอกว่าขอเค้ากลับบ้านเถอะแม่ไม่อยากอยู่แล้ว ยัยผู้ช่วยพยาบาลก็พูดอีกว่ากลับซะได้ก็ดีเหมือนกัน ฉันสงสารแม่มากฉันรู้สึกเหมือนเราเป็นตัวอะไรสักอย่าง “เค้ารักษาคนที่มีเงินจริงๆโรงพยาบาลนี้” พอได้กลับบ้านแม่ก็เทียวไปโรงพยาบาลประจำอำเภอตลอดเข้าๆออกๆ บางครั้งก็ได้นอนที่โรงพยาบาลจนที่สุดแม่ก็ขอเค้ากลับบ้านอยู่ได้อีกไม่กี่วันแม่ก็เสียช่วงที่กลับบ้านไม่กี่วันฉันรู้ว่าแม่ทรมานมาก แม่จะปวด ร้อนไปทั้งตัวต้องคอยนวดให้พัดลมมีกี่ตัวก็ต้องเอามาจ่อที่แกคนเดียว ต้องเอาผ้าชุบน้ำมาโปะไว้ตามตัวไม่ให้ผ้าแห้งเดินก็ไม่ได้ กินก็ไม่ได้ ถ่ายก็ไม่ได้แม่คงทรมานมาก ตอนออกจากโรงพยาบาลมาใหม่ๆก็ต้องกินยาแก้ปวด แล้วก็เพิ่มความแรงของยาจนถึงขนาดต้องกินยาที่สกัดจากมอฟีนระงับปวด พอมอฟีนเอาไม่อยู่ก็ต้องฉีดตอนแรกก็ 4-6 ชั่วโมงฉีดทีพอหนักมากๆแทบจะทุกชั่วโมงบางทีเที่ยงคืนฉันต้องตื่นไปตามหมอมาฉีดยาให้แม่ก็มี วันสุดท้ายที่แม่จะเสียแกคงปวดมากๆ ลุกขึ้นมากินยากลางดึกแกก็เรียกหาดิฉันพอดิฉันเข้าไปหา แกตาเหลือกเลยฉันร้องไห้โผเข้ากอดแม่บอกให้แม่ทำใจดีๆ พอตกอีกวันแกก็เสียชีวิตฉันเสียใจมาก ตอนนั้นฉันแทบหยุดหายใจตามแกไปด้วย ช่วงงานศพแม่ฉันถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาลเหมือนกันเพราะปวดท้อง ไปหาหมอหมอบอกว่าเครียดลงกระเพาะ แต่ก่อนหน้านี้ฉันก็เป็นโรคกระเพาะอยู่แล้วด้วยเคยปวดจนอาเจียน ต้องฉีดยาเพราะกินยาไม่หาย หลังจากนั้นมาฉันก็เริ่มที่จะค้นหายาหรืออาหารที่ทำให้หายจากกระเพาะและป้องกันโรคมะเร็งเพราะฉันตอนนี้ถือว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเพราะแม่เป็นโรคมะเร็ง แต่ก็ไม่เห็นมีอะไรที่ทำให้หายได้อย่างมากก็แค่รักษาตอนที่อาการกำเริบ แต่เมื่อไม่นานมานี้เองดิฉันได้ไปศึกษาเกี่ยวกับอาหารเสริมตัวหนึ่งแล้วลองทานดูเพราะมีรุ่นน้องคนหนึ่งเค้าแนะนำมา ตอนแรกก็ไม่ค่อยอยากเชื่อเพราะกลัวเค้ามาหลอกขายแต่ลองได้ศึกษาดูเกี่ยวกับส่วนประกอบ สารอาหาร สรรพคุณ และเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นถือว่าถูกกว่า ฉันเลยลองตัดสินใจทานดู ตอนแรกฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่พอทานไปได้ประมาณ 1 สัปดาห์ วันนั้นฉันไปกินหมูย่างกับพี่สาว ทุกครั้งเวลาถ้าฉันทานอะไรมากๆจะต้องปวดท้องนอนไม่ได้เลย แต่วันนั้นฉันไม่รู้สึกปวดท้องหรือมีอาการอะไรเกิดขึ้น แล้วฉันเป็นคนที่ชอบทานเผ็ดตั้งแต่เป็นโรคกระเพาะฉันก็เริ่มลดการกินเผ็ดลง แต่พอได้ทานอาหารเสริมตัวนี้ฉันอยากลองของ วันนั้นไปกินก๋วยเตี๋ยวฉันใส่พริกจนแดง ประมาณกินไปด้วยร้องไห้ไปด้วย แต่สิ่งที่แปลกก็คือฉันไม่มีอาการปวดแสบท้องเหมือนทุกครั้งฉันอึ้งมาก แล้วที่รู้มาอีกอย่างก็คือในอาหารเสริมตัวนี้มีสารต้านอนุมูลอิสระ หรือพูดง่ายๆก็คือสารต้านโรคมะเร็งนั่นล่ะค่ะ วันนี้ฉันต้องขอขอบคุณคนที่มาแนะนำฉันด้วยที่ทำให้ฉันหายจากอาการทรมานต่างๆจากโรคกระเพาะ แล้วอีกอย่างอันนี้เป็นผลพลอยได้ค่ะคือทำให้ผิวใสขึ้นด้วย
สิ่งที่เกิดกับแม่ฉัน ฉันก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับใครอีก แต่วันนี้ฉันอยากบอกว่าอาหารเสริมตัวนี้   ฉันลองทานมาเองจนเห็นผล เลยกล้าบอกเต็มปากว่ามันดีจริงๆไม่ได้โกหก มีพี่อีกคนที่ฉันเคยรู้จักก็ทานแล้วก็หายจากกระเพาะเหมือนกันรายนั้นเป็นหนักกว่าฉันอีก เพราะกินเผ็ดไม่ได้เลยแต่เค้าก็หายได้เพราะอาหารเสริมตัวนี้จริงๆ วันนี้ฉันเลยอยากแนะนำทุกคนที่รักสุขภาพทั้งของตัวเองและของคนที่คุณรักนะให้ลองทานดูค่ะแล้วจะรู้ว่ามันดีจริงๆ  
วันนี้คุณอยากเอาเงินที่เก็บมาอย่างยากลำบากมาใช้เพื่อรักษาตัวเองในโรงพยาบาล หรืออยากป้องกันตัวเองแล้วใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในบั้นปลายชีวิตก็แล้วแต่คุณจะพิจารณานะคะ
ขอบคุณค่ะที่อ่านจนจบ
ถ้าสนใจอยากทราบข้อมูลเพิ่ม ติดต่อได้ y2k-dd@hotmail.com
1
guest
สมหวัง
- Guest -
2011-04-10 14:32:04.0 Post : 2011-04-10 14:32:04.0
Quote

ยารักษาโรคมะเร็ง

วิธีทำ ให้นำลูกใต้ใบทั้ง 5 กับต้นไมยราบทั้ง 5 มาต้มกินต่างน้ำ (ทั้งห้าหมายถึง ราก ต้น ดอก ผล และใบ) ถ้าหายแล้วอย่าลืมรลึกนึกถึงพระคุณหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม นึกถึงคุณของหลวงพ่อก่อนกินยายิ่งดีมากมาก 

2
guest
สมหวัง 2
- Guest -
2011-04-10 15:24:59.0 Post : 2011-04-10 15:24:59.0
Quote

ตาเป็นหน้าต่างของดวงใจ การกระทำการแสดงออกเป็นหน้าต่างของจิต
กระเพาะเป็นนายใหญ่ของอวัยวะภายในทั้งหมด หยุดทำร้ายกระเพาะเท่ากับหยุดทำร้ายตัวเอง อย่างไร
ด้วยการใส่ของ เผ็ดจัด เค็มจัด เปรี้ยวจัดสุดๆๆ จัดๆ เป็นประจำ เพราะกระเพาะมันรับไม่ได้แต้พูดไม่ออกบอกเจ้าของไม่ได้ มันเลยแสดงออกด้วยอาการอย่างที่เป็น เช่นโรคต่างๆกันทั้งหลาย โดยไม่มีสาเหตุ หรือหาสาเหตุยาก ถ้ากระเพาะพังหรือรวนเท่ากับลูกสูบของเครื่องยนต์มีแหวนลูกสูบเริ่มหักแล้วเป็นต้น ครับระบบภายในร่างกายจะเริ่มรวนหาสาเหตุยาก รักษายาก แก้ไขยาก คุณหมอก็ต้องวิเคราะห็และให้ยาไปตามสาเหตุเรื่อยๆ จบยาก กว่าจะรู้ก็อาจจะเดี้ยงไปแล้ว การรักษาด้วยยาและอาหารเสริมต่างๆ เป็นการแก้แต่เพียงปลายเหตุเท่านั้น
ท่านจะต้องเริ่มหยุดทำร้ายตัวเองก่อน หยุดทำร้ายตัวเองอย่างไร
หยุด1. หยุดกินของเผ็ดจัด เค็มจัด เปรี้ยวจัด ๆ อาหารที่ใช้น้ำส้มสังเคราะห์ทั้งหลายลงไปในยุ้งข้าวของตัวเอง
หยุด2. หยุดกินน้ำเย็นหลังอาหารทันที เพราะ หลังจากเราทานข้าวเสร็จกระเพาะจะเริ่มทำหน้าที่ย่อยอาหารด้วยการบีบกระเพาและหลั่งน้ำย่อยออกมาพร้อมทั้งเพิ่มอุณหภูมิภายในกระเพาะให้สูงขึ้นเพื่อย่อยอาหาร ยกตัวอย่างเช่น ถ้าอุณหภูมิภายในกระเพาะขณะทานข้าวเสร็จ ประมาณ 42 องศา กระเพาะก็จะเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้นไปอีก อาจจะ3 องศาหรือ 5 องศา แล้วแต่ ความสามารถของกระเพาะใครกระเพาะเรา ถ้าขณะนั้นท่านดื่มน้ำเย็นลงไปเลยทันที ถามว่าอุณหภูมิของน้ำเย็นประมาณกี่องศาผมคงไม่ต้องตอบให้นะครับให้คิดเอาเองเพราะแต่ละคนดื่มน้ำเย็นชนิดที่แช่เย็นแตกต่างกันไป บางคนอาจจะกินแบบเย็นจัดเอาแบบเป็นวุ้นเลยนะจ๊ะจะบอกให้ หรือ เอาแค่ใส่น้ำแข็งหรือแช่เย็นธรรมดา ครับคิดดูว่าอุณหภูมิภายในกระเพาะเราจะเหลือเท่าไร ขณะนั้น ถ้าอุณหภูมิภายในกระเพาะลดลงมาเหลือสมมุติประมาณ 20 องศา และเจ้าโรงสีส่วนนตัวของเราหรือหม้อต้มเดือดประจำตัวของเราจะใช้ความสามารถหรือใช้พลังงานอีกเท่าไรจึงจะทำให้อุณภูมิภายในกระเพาะของเราสูงขึ้นมาอยู่ในระดับอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อที่จะย่อยอาหารได้ปกติเหมือนเดิม ผมว่าอย่างน้อยก็คงต้องใช้พลังงานอีก 3 -5 เท่าตัวละครับ สาเหตุทำไมเราทานข้าวเสร็จจึงง่วงนอน และทำไมเราทานข้าวแล้วทำไมท้องอืดแน่นจุกเสียดมากๆ และโรคที่จะตามมาอีกก็คือ กระเพาะ ริดสีดวงทวาร ลำใส้ใหญ่อักเสบ ครับไม่ไช่ว่าผมจะโต้แย้งว่าไม่อยากให้ขายอาหารเสริมนะครับ ผมเองก็จำหน่ายเหมือนกัน ครับหยุดทำร้ายตัวเองด้วยวิธีดังกล่าวเถอะครับ รับรองห่างไกลโรค ถ้ายังไม่หยุด แฮ่ แฮ่ อาหารเสริมผมขายดีแน่ๆๆๆๆๆๆ

 

                                                                                                       ด้วยความห่วงใย
                                                                                                        สมหวัง 2 ครับ

ปล. จะได้ประหยัดเงินค่ายา ค่าอาหารเสริมครับ

 

3
guest
ผู้หวังดี
- Guest -
2011-04-10 15:40:46.0 Post : 2011-04-10 15:40:46.0
Quote

ต่อยอดรักษาโรคกระเพาะด้วยกล้วยน้ำว้า

วิธีทำ ให้เอากล้วยน้ำว้าดิบ ฝานบางๆ ตากแดดให้แห้งสนิท แล้วป่นให้เป็นแป้ง
เวลากินตักครั้งละ 1 ช้อนคาว ใส่น้ำสุกอุ่นๆ แล้วดื่ม หายแล้วอย่าลืมระลึกนึกถึง
พระคุณหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี

4
Tel: มือถือ 085-227-4231 office 02-741-4370| Email: prayoon.int@gmail.com